Category Archives: Work
Carnival of the Animals
แบนเนอร์ และ key visual สำหรับคอนเสิร์ต “สัตวาพาเพลิน” โดย คุณบัณฑิต และ คุณแมรี่ อึ้งรังษี มีโจทย์คือต้องการให้เป็นคอนเสิร์ตที่ผู้ปกครองสามารถพาเด็กๆ มานั่งฟังด้วยกันได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน จึงใช้ภาพการ์ตูนที่วาดด้วยลายเส้นสบายๆ มาจัดองค์ประกอบให้ครอบครัวของคุณบัณฑิตอยู่ในป่าท่ามกลางฝูงสัตว์ที่เป็นมิตร
In the Land of the Owl

ภาพประกอบโดย วนิดา เด่นแดนไทย (Wanida Dendaenthai) ในภาพชุดนี้เธอถ่ายทอดอารมณ์หม่น
เหงา รวมถึงความรู้สึกนามธรรมเชิงลบ สีเทาดําและการใช้นกฮูกในเชิงสัญญะจึงถูกนํามาใช้ในภาพ
อย่างต่อเนื่อง สีแดง เหลือง นํ้าเงิน ถูกนํามาเบรคความรู้สึกหม่นให้มีสันและลูกเล่นที่น่าสนใจ นอกจากนั้น
เธอยังทดลองเทคนิคต่างๆเช่นการ ขูด ฉีก เจาะ แล้วนํามาซ้อนทับกัน เพื่อให้ได้ความใกล้เคียงกับสิ่งที่
ต้องการถ่ายทอดออกมามากที่สุด
funny festival

ภาพประกอบโดย วนิดา เด่นแดนไทย (Wanida Dendaenthai) ชุดนี้เกิดจากอารมณ์เพ้อฝัน
ของเธอที่อยากระบายออกมาในรูปแบบภาพประกอบที่เปี่ยมล้นด้วยจินตนาการ เธอหยิบยก
เอาเนื้อหาง่ายๆที่หลายๆคนมองข้ามมาถ่ายทอดอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะสอดแทรก
ลูกเล่นเล็กๆน้อยๆที่เปรียบเสมือนกับลายเซ็นของเธอ สีที่ใช้ดูสนุกสนานเฮฮาเป็นกันเอง รับรองได้ว่า
ใครที่เห็นงานชิ้นนี้เป็นต้องแอบอมยิ้มเล็กๆกันทุกคน

Surrealism Illustration

ภาพประกอบแนว surrealism โดย วนิดา เด่นแดนไทย (Wanida Dendaenthai) เธอเลือกที่จะ
ใช้ภาพต่างๆมา collageให้เกิดเป็นรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ โดยยังคงไว้ซึ่งบริบทเดิมที่มีความหมายแฝง
สอดแทรกเข้ามารวมถึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ชมตั้งคําถามและร่วมสนุกไปกับการตีความ


dtac
ระบบป้ายสัญลักษณ์และการนำทางภายในอาคาร คือ งานที่เราได้รับความไว้วางใจจาก dtac เมื่อคราวย้ายบ้านใหม่มาอยู่ที่ตึกจามจุรีสแควร์ งานนี้เราช่วยกันคิดและวิเคราะห์ถึงแบบที่สมเหตุสมผล ตอบโจทย์ทั้งด้านความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย ในรูปแบบการนำเสนอที่สอดคล้องกับงานออกแบบตกแต่งภายในโดยบริษัท Hassell ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสำนักงานใหญ่ของ Telenor ที่เมือง Fornebu ประเทศ Norway ที่เน้นการโชว์คุณลักษณะของวัสดุ และใช้เส้นตรงเป็นจุดเด่นในการออกแบบ นอกจากนั้นเรายังออกแบบ pictogram ด้วยลักษณะเส้นสายที่สร้างบุคลิกน่ารัก เป็นมิตร มาช่วยลดทอนความจริงจังจากวัสดุของป้ายที่เป็นพื้นผิวไม้ เพื่อให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ dtac ยิ่งขึ้น
ปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างการผลิตและติดตั้ง
ลิลิตพระลอ
ผลงานการแสดงชุดล่าสุดของภัทราวดี เธียเตอร์ “ร.รัก ล.ลิลิต ลิลิตพระลอ” เป็นการนำวรรณกรรมเรื่อง “ลิลิตพระลอ” มาตีความใหม่ ให้เป็นการแสดงร่วมสมัยแต่ยังคงรักษาเนื้อร้องและโคลงกลอนดั้งเดิมไว้ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ของการแสดงชุดนี้ที่เราได้รับผิดชอบออกแบบ จึงเน้นการใช้ภาพและการจัดวางที่มีลักษณะจริงจัง ในบรรยากาศอึมครึม สอดคล้องกับเนื้อหาที่เป็นโศกนาฏกรรม ประกอบกับแบบตัวอักษรแนวอนุรักษ์นิยม


0.8 degree change bangkok

เริ่มจากวิเคราะห์และศึกษาข้อมูลของหนังสือที่เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนซึ่งดู น่าเบื่อ ไกลตัว และไม่น่าสนใจ และหาวิธีการนําเสนอที่แตกต่างออกไป จึงใช้เรื่องขององศาเซลเซียส เป็นตัวดําเนินเรื่องและบอกเล่าเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน กลุ่มเป้าหมายคือชาวกรุงเทพมหานครซึ่งมีส่วนในภาวะโลกร้อนถึง 60% จากทั้งประเทศ จึงทําการกลั่นกรองชุดข้อมูลให้จํากัดอยู่แค่ในกรุงเทพมหานครเพื่อลดทอนความรู้สึกไกลตัวของผู้รับสาร รวมถึงการนําภาพจริงของสถานที่ต่างๆในกรุงเทพมหานคร มาทําให้เกิดภัยพิบัติตามช่วงเวลาขององศาเพื่อสร้างความรู้สึกเกี่ยวข้องกับผู้รับสารและชุดข้อมูล

ภายในหนังสือประกอบส่วนหน้าและส่วนหลัง ส่วนหน้าจะบอกเล่าเกี่ยวกับหายนะขององศาที่เพิ่มขึ้นไปตามลําดับ จนถึงวาระสุดท้ายของกรุงเทพมหานคร และในส่วนหลังจะพูดถึงการช่วยกันลดองศาด้วยวิธีการต่างๆ จาก 0.8 องศา ไปจนถึงภาวะปกติของเมื่อ 100 ปีที่แล้ว

Sukhothai
สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่เรียงต่อกันสามชิ้นบนโลโก้แผนที่อุทยานประวัติศาสตร์
ศรีสัชนาลัย-สุโขทัย-กำแพงเพชร เป็นวัตถุดิบที่เราหยิบมาใช้เป็นไอเดียในการวางรูปแบบหลักของแผ่นพับแนะนำสถานที่สำคัญที่ได้รับรางวัลมรดกโลกแห่งนี้ โดยเรานำสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนมาใช้เป็นเฟรมรูปทั้งหมดที่นำเสนอบนแผ่นพับทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อให้แผ่นพับนี้ดูมีเอกลักษณ์และสื่อความหมายได้ชัดเจนและเป็นที่จดจำมากขึ้น
Happy New Year 2009
ในเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2552 เราจัดทำชุดของเล่นที่ประกอบด้วยตุ๊กตากระดษของสมาชิกสามคนในทีมพร้อมของเล่นประจำตัว และผลงานต่างๆ ที่เราได้ทำในปี 2551 ส่งให้เพื่อนฝูงและลูกค้า โดยหวังว่าจะช่วยให้ทุกคนเอ็นดูพวกเรามากขึ้นเมื่อเห็นพวกเราไปยืนเสนอหน้าอยู่ที่บ้านหรือที่ทำงาน
ใครอยากพาเราไปเล่นด้วยที่บ้าน เชิญดาวน์โหลด ที่นี่
Polar Bear and Friends
จากแนวคิดของนิทรรศการ คือ “การออกแบบเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้” ถูกนำเสนออย่างตรงไปตรงมา ด้วยการนำสัญลักษณ์ที่ถูกใช้ซ้ำมากเกินควรในการรณรงค์เกี่ยวกับปัญหาโลกร้อน อันได้แก่ หมีขั่วโลก และ ถุงผ้า มาตอกย้ำข้อเท็จจริงที่ว่า แม้จะผลิตถุงผ้ามามากมายจนท่วมโลก ก็ไม่สามารถยับยั้งภาวะน้ำท่วมโลกอันเป็นผลมาจากสภาวะโลกร้อนได้อยู่ดี
States 4T
เราได้รับมอบหมายจาก Brand Connections ผู้รับผิดชอบโครงการรีแบรนด์น้ำมันเครื่อง States 4T (สเตทส์ 4T) ผลิตภัณฑ์ของ บริษัทน้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด ให้ออกมามีึความ “พิเศษแบบธรรมดา” ลดความเฟี้ยวฟ้าว สวิงสวายลงจากรูปแบบที่เห็นกันในท้องตลาด เป็นเรียบ เฉียบ ดูดี โดยทางเราจัดการเรื่องปรับ identity และ แบบอักษร ซึ่งงานนี้ก็ได้ความช่วยเหลือจากคัดสรร ดีมาก ที่ให้ใช้ฟอนต์ Dindan แบบอักษรที่มีความเป็นเรขาคณิตแบบเรียบร้อยและมีทรงสูงเป็นลักษณะเฉพาะตัว มาปรับบุคลิก เพื่อให้ได้ภาพลักษณ์ที่ “พิเศษแบบธรรมดา” ตามที่วางแผนไว้
ส่วนด้าน Industrial Design ได้คุณกุลนาถ ศรศรีวิชัย หรือพี่ตั้ว แห่ง Propaganda มาออกแบบตัวขวดให้ ซึ่งได้ออกมาเป็นขวดที่มีรูปร่างที่ให้ความรู้สึกตรงไปตรงมา พูดได้ว่า เอาไม้บรรทัดวัดปริมาตรน้ำมันจริงจากระยะกว้าง ยาว สูง ก็ยังได้ แหวกภาพขวดสวิงสวายในท้องตลาด มาเป็น น้ำมันเครื่องเต็มขวดแบบซื่อๆ ที่คาดว่าน่าจะได้ใจลูกค้าไม่มากก็น้อย
แต่งานนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ…เพราะรูปทรงของขวดเรียบๆทื่เห็น ยังคงมีปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะต้องคำนวณเรื่องวัสดุที่จะมีประสิทธิภาพพอต่อการรับแรงกระแทกจากการขนส่ง ซึ่งหมายความว่าอาจจำเป็นต้องประนีประนอมหรือปรับเปลี่ยนรูปทรงขวด เพื่อตอบสนองการใช้งานให้มากกว่านี้
แต่ที่น่าเสียดายกว่าก็คือ สุดท้ายโครงการนี้ถูกยกเลิกกลางทาง เราเลยได้แต่พับเก็บ “แบบ” นี้ไว้ในฝันต่อไป
IMPACT
หนังสือขององค์กรยูเนสโกที่เล่าเรื่องผลกระทบจากการท่องเที่ยวต่อสภาพสังคมและวัฒนธรรมของเมืองต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เมืองหลวงน้ำทา (ลาว) เมืองฮอยอัน (เวียดนาม) และเมืองอิฟูเกา (ฟิลิปปินส์) โจทย์ของงานนี้ก็คือ เราต้องพยายามทำเรื่องน่าเบื่อตามประสาเนื้อหาวิชาการ ให้น่าอ่าน
น่าสนใจ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะอาดหมดจด และดูเป็นระเบียบ สบายตา รูปเล่มจึงมีหน้าตาออกมาอย่างที่เห็น ส่วนการเลือกใช้สีปก เราอยากให้สีได้ถ่ายทอดอามรณ์ของสภาพภูมิประเทศและบรรยากาศที่แวดล้อมเมืองนั้นๆ เราจึงเลือกใช้ “สีเขียว” กับปกของเมืองอิฟูเกา ที่แวดล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวของการทำนาแบบขั้นบันได ขณะที่เราเลือกใช้ “สีส้ม” ภายใต้บรรยากาศของหมู่บ่้านมุงหลังคาจากในเมืองหลวงน้ำทา ส่วนเมืองฮอยอัน เราเลือก “สีแดง” มาถ่ายทอดอารมณ์และบรรยากาศของตัวเมืองที่ดูคึกคัก มีชีวิตชีวา


Patravadi Theatre
อาจไม่ใช่ความน่าเบื่อเสมอไป หากรู้จักเอาคุณสมบัติของความเป็นขั้วตรงข้ามอย่างขาวและดำมาใช้กับงานที่ต้องแสดงอารมณ์จัดๆ สักชิ้น…
สำหรับ Patravadi Booklet เล่มนี้ เราหยิบสีขาวและดำที่ตัดกันสุดโต่ง มาช่วยขับอารมณ์ภาพชุดการแสดงให้โดดเด่น เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ “ภัทราวดีเธียเตอร์” ในฐานะผู้ถ่ายทอดศาสตร์และศิลป์ทางการแสดงที่มีอารมณ์เป็น “พระเอก” ให้เสียงดังฟังชัด น่าตื่นตา และเป็นไปในท่วงทำนองที่บ่งบอกบุคลิกเฉพาะตัวให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยการออกแบบจัดหน้าในแต่ละหัวเรื่อง เราใช้การปูพื้นหน้าเป็นสีดำและขาวสลับกันไป และใช้อารมณ์ของภาพช่วยสร้างจังหวะในการสื่อสารให้สอดรับกันอย่างลงตัว และเป็นที่ดึงดูดสายตามากขึ้น
Houses
งานชิ้นนี้เราได้ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านกำกับศิลป์ให้กับสำนักพิมพ์ลายเส้น
หนังสือรวมผลงานออกแบบบ้านแนวโมเดิร์น โดยสถาปนิกไทยรุ่นใหม่ 10 ท่าน ที่มีแนวทางสร้างสรรค์แตกต่างกัน โดยนำเสนอตั้งแต่แนวความคิดในการแก้ปัญหาและออกแบบ จนถึงภาพตัวบ้านที่เสร็จสมบูรณ์ และบริบทแวดล้อมของแต่ละหลัง พร้อมประวัติโดยย่อของสถาปนิกแต่ละท่าน
Kin-D


โลโก้ของร้านอาหารกินดี เพื่อให้สอดคล้องกับคําว่า “กินดี” จึงนึกถึงเวลาที่คนกินจนจานซ้อนขึ้นไป
แสดงถึงความอร่อยของอาหาร นําสีส้มและชมพูที่สดบวกกับลายเส้นง่ายๆมาใช้ให้ดูสนุกสนาน
และมีการเคลื่อนไหว
Asa’08 international forum

หนังสือรวมผลงานขนาดกระทัดรัดของสถาปนิกชั้นนํา 16 คน ที่จะมาพูดบนเวทีของงานสถาปนิก’51
ซึ่งจะบอกถึงตารางการจัดงาน ประวัติโดยย่อของสถาปนิค รวมถึงภาพผลงานที่โดดเด่นของสถาปนิกแต่ละคน หนังสือถูกออกแบบให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของงาน แสดงออกอย่างง่ายๆดูสะอาดตา ใช้ภาพขาวดํารวมถึงโทนฟ้าอ่อนในเล่มเพื่อขับให้ตัวงานดูเด่น หน้าปกใช้สีแดงตามอัตลักษณ์ของงาน รวมถึง
การนําลักษณะของรูปร่างวงกลมซึ่งนํามาจากตัวโลโก้มาจัดวางองค์ประกอบใหม่ให้เกิดความน่าสนใจ

met107 FM

งานนี้เป็นการเปลี่ยนบุคลิกของคลื่นวิทยุ met, FM 107 MHz ด้วยการปรับภาพลักษณ์ให้ดูเฉียบคมขึ้น เร่ิมจากการเลือกแบบอักษรที่ดูเรียบ แต่มีลูกเล่นมาใช้ และขยับโทนสีจากเหลืองมะนาวคู่ดำ มาเป็นเหลืองสว่างสดใส พร้อมจับคู่ใหม่กับสีเทา เพื่อเพิ่มความทันสมัย แต่ไม่หวือหวาจนเกินไป ให้เข้ากับบุคลิกของคลื่นวิทยุ ที่มีผู้ฟังเป็นหนุ่มสาววัยทำงาน และชาวต่างชาติที่มาใช้ชีวิตทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ
Old Logo
Helvetica 50
Helvetica Film in Bangkok 50 คือ ชื่องานนิทรรศการที่จัดขึ้นพร้อมกับการฉายหนังสารคดีเกี่ยวกับตัวอักษรเรื่องแรกของโลก ในโอกาสที่เฮเลเวติกา ไทป์เฟซนี้มีอายุครบ 50 ปี พอดิบพอดีในปี พ.ศ. 2550
ครั้งนั้นเราได้มีโอกาสช่วย “แม่งาน” อย่าง art4d ติดต่อนำหนังสารคดีมาฉายและช่วยระดมความคิดในการวางรูปแบบการจัดนิทรรศการภายใต้ชื่อ Your Helvetica ที่เชื้อเชิญนักออกแบบหลากสาขารวม 20 คน มาสร้างผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแบบอักษรยอดนิยมนี้
ด้วยพื้นที่อันจำกัดและอีกหลายปัจจัย รูปแบบของนิทรรศการที่ได้มาจึงปรากฏออกมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ ที่สามารถใส่รายละเอียดหรือเนื้อหาไว้รอบด้าน และสามารถใช้พื้นที่ด้านบนจัดวางองค์ประกอบของชิ้นงานต่างๆ ได้อย่างลงตัว และมองเห็นจากมุมสูงได้สวยไม่แพ้กัน
Here, There, Anywhere?
คุณรู้จัก Helvetica ไหม…
ไม่ว่าจะเป็นฉลากหรือตราสินค้าที่เราคุ้นตากันอยู่ในชีวิตประจำวัน ล้วนคือความ “มีอยู่” อย่างเกลื่อนกลาดของ Helvetica ที่เรารู้จักและคุ้นเคย เป็นความเกลื่อนกลาดที่กลายเป็นความคุ้นชิน หรือพูดได้ว่า มีอยู่แต่ไม่เคยรู้ว่า “ใช่”
ทั้งหมดนี้คือแรงบันดาลใจจาก Helvetica ที่ถูกสร้่างขึ้นเป็นหนึ่งในชิ้นงานที่จัดแสดงในนิทรรศการ “Your Helvetica” เมื่อครั้งที่เฮเลเวติกา ไทป์เฟซ มีอายุครบ 50 ปี พอดิบพอดีในปี พ.ศ. 2550
โลโก้ที่ใช้แบบอักษร Helvetica เหล่านี้ ถูกนำมาเปลี่ยนแบบอักษรให้ผิดเพี๊ยนไปจากเดิม หากลองสังเกตให้ดี ก็จะรู้ว่ามันไม่ใช่หน้าตาโลโก้ที่เราคุ้นเคยกัน และถ้ารู้สึกได้เช่นนั้นเมื่อไหร่…
นั่นไง…คุณรู้จัก Helvetica

Asia Conserved
หนังสือรวบรวมผลงานสถาปัตยกรรมที่ได้รับรางวัลมรดกโลกของยูเนสโก ในช่วงปี 2000-2004 ถูกจัดวางองค์ประกอบด้วยรูปแบบที่สามารถรองรับข้อมูลและภาพที่ต่างกันกว่า 60 หัวเรื่องได้อย่างลงตัว อาศัยการกำหนดสัดส่วนที่คงที่ของตัวอักษรและภาพ ช่วยสร้างให้ชิ้นงานดูมีเอกภาพ สะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบ และง่ายต่อการอ่าน ขณะเดียวกัน ก็ใช้ภาพไฮไลท์เมื่อเริ่มหัวเรื่องใหม่ เพื่อดึงความสนใจและเพิ่มลูกเล่นเล็กๆน้อยๆ ให้หนังสือดูไม่น่าเบื่อจนเกินไป
ในแต่ละหน้าจะประกอบด้วย แผนที่ ภาพภายนอก และภายในสถาปัตยกรรม ไปพร้อมกับคําบรรยายในแต่ละย่อหน้าให้สอดคล้องกัน
ในส่วนของหน้าขั้น เราเลือกที่จะใช้ภาพที่เป็นไฮไลท์มาเบรค ให้หนังสือมีลูกเล่นเพิ่มขึ้น รวมถึงเป็นการบอกถึงปีที่ให้รางวัลไปในตัวด้วย
Read more about the book or download PDF version here.
dualGeek
สัญลักษณ์ command บนแป้นคีย์บอร์ดของ Mac OS คือที่มาของ identity ของสองแมคยูเซอร์ผู้บ้าคลั่ง ที่นึกคึกคะนองทำเว็บ podcast บอกเล่าเรื่องราวร้อยแปดเกี่ยวกับ Macintosh โดยใช้ชื่อ “dualGeek” สร้าง visual identity ที่ให้ความรู้สึกทันสมัย ก้าวอยู่ในเทคโนโลยี แบบเก๋ๆแต่ไม่เนิร์ด และใช้ความบ้า Star Wars มาสร้างบุคลิกความเป็น geek ฝีปากกล้า ผ่านมาดตัวร้ายในเว็บสไตล์ขาว-ดำ-แดง
BESTA

เมื่อต้องปรับ “พายคู่” ให้ดู “อินเตอร์” เราปรับเปลี่ยนโลโก้ของบริษัท BESTA โรงงานผลิตสี High Gloss ที่ดีที่สุดในประเทศไทย โดยเพิ่มความเงาให้กับตัวอักษรคำว่า “BESTA” เพื่อปรับภาพลักษณ์ให้ดูเป็นสากลขึ้น ส่วนโลโก้ “พายคู่” ที่เจ้าของเล่าที่มาที่ไปให้ฟัง เราคิดว่ามันน่าจะเก็บไว้เป็น “ภาพจำ” ของที่นี่ บริษัทที่ก่อตัวขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของการกวนสีในรุ่นพ่อแม่…


Original Logo

Phenomena

โครงการนี้ ทีมของเราทำงานภายใต้การดูแลของเคลวิน หว่อง เป้าหมายของเราคือสร้างระบบป้ายสัญลักษณ์และการระบุการใช้งานที่ไม่รบกวนกับตัวงานสถาปัตยกรรม
โลโก้ของ Phenomena, ซึ่งออกแบบโดยเคลวิน หว่อง, ใช้แถบสีจากภาพที่ขึ้นค้างอยู่บนจอโทรทัศน์เมื่อสถานีปิดทำการ เป็นแกนหลักของความคิดในการทำงานครั้งนี้ เราสร้างสัญลักษณ์ต่างๆ โดยการใช้สติกเกอร์โปร่งแสงหลากสี และรูปร่างที่เรียบง่ายพาดผ่านเหลี่ยมมุมต่างๆ ของตัวอาคาร โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการบรรจบกันของวัสดุต่างชนิดกัน เกิดเป็นป้ายสัญลักษณ์ที่มีความเป็นสามมิติ ขึ้นจากระนาบสีสองมิติ
แม้สุดท้ายนี่จะไม่ได้เป็นแบบที่ทาง Phenomena เลือกนำไปใช้ แต่เราก็ได้เรียนรู้แนวคิดใหม่ในการทำงานระบบป้ายสัญลักษณ์

Bangkok Fashion City
ภาพประกอบชิ้นนี้ เรามีโอกาสคิดและใช้มันย้ำมุมมองความคิดและการรับรู้ของคนในสังคม เมื่อครั้งที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำหนังสือชุด “Bangkok Fashion Now & Tomorrow” ขึ้น เพื่อบอกเล่าแง่มุมต่างๆ ของแฟชั่นในบ้านเรา ในโครงการกรุงเทพ เมืองแฟชั่น
แบบอักษรคร่ำครึที่เรียงเป็นชื่ออันยาวเหยียดของกรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นบนแม่พิมพ์โลหะกัดกรด ถูกจัดวางองค์ประกอบในแบบที่ไม่คุ้นตา ผิดธรรมเนียมไปจากการจารึกคำในแบบโบราณของไทย แต่ยังคงความเป็นอักษรภาพโบราณด้วยฟอนต์ อักษราเมธี (Aksaramatee, 2003) ฟอนต์ใหม่ที่ให้ความรู้สึกเก่า เพื่อลวงความรู้สึกและย้ำมุมมองความเชื่อของสังคม ต่อเรื่องราวทางวัฒนธรรมของกรุงเทพ มหานคร เมืองฟ้าอมรที่กำลังถูกบิดเบือนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไปทีละเล็กละน้อย จนบางครั้งก็ไม่อาจสามารถแน่ใจได้เลยว่า สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นคือรากเหง้าทาง “วัฒนธรรม” หรือ การบิดเบือนจาก “อุตสาหกรรม” กันแน่…
La Feté
เพราะเป็นเรื่องของความน่า “รื่นรมย์” ล้วนๆ รูปแบบ key visual ของงานเทศกาลศิลปวัฒนธรรมฝรั่งเศส ซึ่งตัวกิจกรรมมีความหลากหลายทั้งเรื่องแฟชั่น ดนตรี ศิลปะ การแสดง อาหาร ฯลฯ ที่เราส่งประกวดแบบ เลยออกมาในสไตล์ภาพวาดด้วยมือ ที่แต้มสีให้เยิ้มหน่อยๆ สร้างบุคลิกน่ารักชวนฝัน ปรากฏงานนี้ไม่เข้าตากรรมการ แต่ไม่เป็นไร…อย่างน้อยก็ได้ใจเพื่อนฝูงมาแทนละ
Playground!

งานระบบป้ายนำทางของห้าง Playground! เป็นการทำงานร่วมกับ Propaganda โดย วีร์ วีรพร ได้มีโอกาสทำงานภายใต้ความดูแลของเคลวิน หว่อง ผู้ออกแบบ identity ของห้าง และพัฒนาแนวความคิดของงานระบบป้ายนี้
เพื่อให้สมชื่อห้าง “สนามเด็กเล่น” เราจึงออกแบบป้ายนำทางของห้างแห่งนี้ให้นำบรรยากาศสนุก ตื่นเต้น มาอยู่บนสถาปัตยกรรมที่ดูขึงขังด้วยสีดำ-เทา และโครงสร้างปูนเปลือย โดยเริ่มจากไอเดียที่ใช้กล่องไฟฟลูออเรสเซนท์ ติดสติ๊กเกอร์สีสะท้อนแสงที่แตกต่างกันไปตามแต่ละชั้นมาสร้างเป็นป้ายที่โดดเด่นขึ้นมาในสภาพแวดล้อม นอกจากนั้นยังเปลี่ยนภาพมนุษย์ห้องน้ำตัวตรงทั่วไป เป็นภาพสติ๊กเกอร์มนุษย์ห้องน้ำทำท่าทางน่าขำ เตะตาอยู่บนบานประตูห้องน้ำ ตอกย้ำความขี้เล่นภาพรวมอีกด้วย


Krungthep-Bangkok
โปสเตอร์ขนาด A2 ที่เรามีโอกาสทำในคราวที่ Canvas Project สิ่งพิมพ์ที่ไม่มีวาระออกประจำ เชื้อเชิญไปทำอะไรสนุกๆ งานนี้เราได้เล่าความเป็นกรุงเทพฯ ในอีกมุมมองหนึ่ง คือ เราเห็นความเชื่อมร้อยกันอยู่ระหว่างบรรยากาศของบางกอกเมื่อวันวาน กับมหานครอย่างกรุงเทพฯ ปัจจุบัน ที่บางส่วนยังคงอยู่ และบางส่วนกำลังถูกทำให้หายไป
พื้นที่รอบนอกในโปสเตอร์ ถูกสร้างเป็นคำว่า “บางกอก” ที่มีกิ่งก้านสาขาแตกออกไป ขณะที่ด้านในมีคำว่า “กรุงเทพมหานคร” ซึ่งสร้างอักษรจากตัวภาษาอังกฤษ เช่น ใช้ตัว “K” มาดัดแปลงเป็นตัว “ห” หรือ ตัว “S” มาแทน “ร” ในภาษาไทย เพื่อบอกเป็นนัยทางความหมายว่า เรากำลังสูญเสียบุคลิกหรือคุณลักษณะดั้งเดิมของความเป็นไทย
ขณะที่ภาพรวมเป็นการบอกเล่าความเชื่อมร้อยของสังคมและวัฒนธรรมในยุคที่เปลี่ยนผ่านจากบางกอกมาสู่กรุงเทพฯ ซึ่งหลายส่วนยังคงความหลากหลายและมีการผสมผสานกันของยุคเก่าและยุคใหม่อย่างกลมกลืน โดยเราเลือกใช้สีรุ้ง มาช่วยสร้างความหลากหลายทางอารมณ์ร่วมด้วย
Comic Visual Thinking
ภาพประกอบที่เจ้าของบทสัมภาษณ์ วีร์ วีรพร วาดเองเมื่อครั้งถูกสัมภาษณ์ลง a day เกี่ยวกับหนังสือ (ทฤษฎี) การ์ตูน ชื่อ “The Day” หนึ่งในชิ้นงานที่ทำขึ้นสมัยเรียนอยู่ที่อังกฤษ โดยภาพนี้พูดถึงความเฉพาะตัวของภาษาสัญลักษณ์ในสื่อการ์ตูน ที่ใช้สีหน้า สัญลักษณ์ต่างๆ เช่น หยดน้ำ กลุ่มควัน ฯลฯ รวมถึงการใช้แสงเงา สื่อเรื่องราวหรืออารมณ์ให้ผู้อ่านสามารถตีความและเข้าใจได้โดยไม่ต้องอาศัยภาษาของถ้อยคำ
diverscity
เมื่อร้าน munchu’s สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 3 เปิดพื้นที่ให้ช่างภาพ/ศิลปินปล่อยของกันอย่างสบายอารมณ์ งาน Stencil on Canvas ชุด “Diverscity” ของเรา จึงเป็นหนึ่งในผลงานไอเดียบรรเจิดที่ัได้มีโอกาสจัดแสดงที่นั่น ภายใต้แนวคิด(ถึง)กรุงเทพฯ เนื่องจากช่วงนั้นงานของเราพัวพันอยู่กับเรื่องของเมืองหลวงเสียส่วนใหญ่ งาน Stencil on Canvas จึงถูกสื่อสารออกมาแบบขาว-ดำ-ดิบ ผ่านภาพที่ให้อารมณ์แฝงในมุมมองความเป็นไทยแบบการท่องเที่ยว บรรยากาศชีวิตมนุษย์ออฟฟิศที่อยากตีลังกาข้ามกองตึก รวมไปถึงความโกลาหลยุ่งเหยิงของผู้คนบนท้องถนนที่ผูกติดอยู่กับไฟจราจร…


The Day
หนังสือ (ทฤษฎี) การ์ตูน งานทดลองที่หยิบเอาแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ความเฉพาะตัวของภาษาภาพในสื่อการ์ตูน มาอธิบายการใช้ภาษาสัญลักษณ์รูปแบบต่างๆ ที่สื่ออารมณ์หรือเรื่องราวไปยังผู้อ่านได้อย่างเป็นสากล โดยในแต่ละหน้าของหนังสือเล่มนี้ จะถูกนำเสนอด้วยภาพที่ปราศจากถ้อยคำ แต่จะมีลิ้นกระดาษที่ผู้อ่านสามารถดึงออกมาเพื่ออ่านคำอธิบายเทคนิคการใช้ภาพที่ให้ผลการสื่อสารที่ต่างกัน ประกอบอยู่ในแต่ละหน้าแทน
See-Hear-Feel
อีกหนึ่งงานทดลองเกี่ยวกับสื่อการ์ตูน ที่ย้ำชัดถึงการใช้ภาษาสัญลักษณ์หรือภาษาภาพของสื่อการ์ตูนว่าเป็นการสื่อสารหลักที่ทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจความรู้สึกของตัวละคร โดยเห็นและได้ยินในสิ่งที่ตัวละครรู้สึก ผ่านเส้นบรรยากาศหรือเส้นแสดงอารมณ์ต่างๆ ได้พร้อมกับตัวละคร โดยการ์ตูนชุดนี้มีองค์ประกอบพิเศษกว่าเรื่องอื่นๆ ตรงที่มีแผ่นใสที่ใส่รายละเอียดของเส้นแสดงอารมณ์และเนื้อเรื่องที่ต่างกันไป 3 ชุด เปรียบเทียบให้ผู้อ่านเห็นว่าการใช้ภาษาภาพหรือสัญลักษณ์ในสื่อการ์ตูนที่แตกต่างกัน สามารถให้่ผลการสื่อสารที่แตกต่างกันออกไปได้
Shapes

การ์ตูนที่อธิบายบุคลิกของรูปทรงเรขาคณิต ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กันของสามรูปร่าง ระหว่าง วงกลม สามเหลี่ยม และสี่เหลี่ยม
จากการค้นคว้าข้อมูล พบว่าในสื่อการ์ตูนมีการใช้รูปร่างเหล่านี้ สื่อบุคลิกของตัวละครได้แตกต่างกันออกไป คือ “วงกลม” มักเป็นองค์ประกอบเด่นในการวาดตัวละครที่ค่อนข้างเป็นมิตร ใจดี ขณะที่ “สี่เหลี่ยม” จะเป็นตัวแทนของบุคลิกที่ทรงอำนาจ มีความเป็นระเบียบ ส่วน “สามเหลี่ยม” จะสร้างบุคลิกของความเจ้าเล่ห์ออกมาได้โดดเด่น ฯลฯ เห็นง่ายๆ จากการ์ตูนยอดนิยมอย่างโดราเอมอน ที่คุณครูซึ่งมีบุคลิกของความเจ้าระเบียบ มีอำนาจ จะถูกวาดออกมาเป็นตัวเหลี่ยมๆ ขณะที่องค์ประกอบของตัวโดราเอมอนถูกสร้างจากวงกลมเป็นส่วนใหญ่ หรือไจแอนท์ที่พยายามจะมีอำนาจ ยกตนข่มโนบิตะ แต่ลึกๆแล้วเป็นคนอ่อนไหว ก็ถูกสร้างออกมาเป็นทรงสี่เหลี่ยมที่เพิ่มความนุ่มด้วยส่วนโค้ง ตามบุคลิกภายใน
เรื่องราวของรูปร่างทั้งสามนี้ ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวผ่านตัวละคร 3 รูปร่าง 3 บุคลิก ในแบบฉบับของการ์ตูน ที่อาศัยการสร้างงานหลายขั้นตอน ตั้งแต่ตัดกระดาษออกมาเป็นรูปร่าง ขึ้นโมเดลจากโครงลวดเพื่อถ่ายภาพ และวาดเส้นองค์ประกอบเพิ่มเติมความสมบูรณ์ในคอมพิวเตอร์
Transclucent ƒ Icons
ไอคอนชุดนี้ที่ถูกออกแบบขึ้นในวันดีคืนดีที่เกิดหงุดหงิดกับการเปิดแฟ้มกระดาษในที่ไม่สามารถคาดเดาเนื้อหาภายในได้ แม้ว่าหน้าแฟ้มจะถูกเขียนหรือปะฉลากระบุไว้อย่างไรก็ตาม ทำให้ตระหนักถึงประโยชน์ใช้สอยที่เหนือกว่าของ “แฟ้มใส” และตัดสินใจสร้างไอคอนสำหรับโฟลเดอร์พิเศษต่างๆ ในระบบปฏิบัติการ Mac OS X และขยายไปถึงสิ่งอื่นรอบตัวในที่สุด
Folding Mark
บัตรเชิญของงาน “Folding Mark” นิทรรศการศิลปะการพับกระดาษ (origami) ที่จัดขึ้น ณ Bed Supper Club คือ โจทย์ที่ทำให้เราหวนกลับไปนึกถึงการพับกระดาษเป็นของเล่นอ้าๆ หุบๆ นับ 3 นับ 4 สมัยเป็นเด็ก และรู้สึกว่าน่าจะนำรูปแบบที่เราคุ้นเคยนั้นมาสร้างเป็นบัตรเชิญเก๋ๆ เพื่อให้เข้ากับงาน
เราใส่รายละเอียดเกี่ยวกับงานนิทรรศการฯ ลงบนกระดาษสี่เหลี่ยมจัตุรัสตามด้านตามมุมต่างๆ โดยใช้ลูกศรและตัวเลขบอกวิธีการพับบัตรเชิญให้ออกมาเป็นของเล่น เมื่อพับจนเสร็จทุกขั้นตอน ผู้ได้รับบัตรเชิญนี้จะสามารถอ่านรายละเอียดของงานได้ครบถ้วน คล้ายๆว่าได้อุ่นเครื่องเตรียมพร้อมก่อนไปสัมผัสบรรยากาศนิทรรศการกันเลยทีเดียว
Chula Yearbook

สีขาวๆ ดำๆ อาจเป็นสีประจำสำหรับหนังสือรุ่นทั่วไป แต่ไม่ใช่กับอนุสรณ์จุฬาฯบัณฑิต 2542 เล่มนี้ ที่เราแหวกม่านประเพณีเดิมๆ เอาสีสันอันคุ้นเคยของนิสิตทุกคณะ ผสานกับกลิ่นอายยุค70s มาเป็น
องค์ประกอบหลักของตัวเล่ม เพื่อสร้างความสนุกและเรียกอารมณ์ขันขึ้นอีกครั้งในวันดีคืนดีที่นิสิตเจ้าของสีมีโอกาสหยิบหนังสือขึ้นมาย้อนนึกถึงวันวาน
หน้าเปิดของแต่ละคณะมีองค์ประกอบของสีและภาพที่ให้กลิ่นอายของวันเก่า สามารถเล่าเรื่องหรือสื่อความหมายถึงแต่ละคณะได้อย่างง่ายๆ เช่น ใช้ภาพโฆษณาคนยิ้มฟันขาวเป็นประกายมาเปิดหน้าคณะทันตแพทย์ หรือ ภาพขวดยาในโฆษณาสมัยเก่ามาเปิดหน้าคณะเภสัชศาสตร์ ฯลฯ รวมถึงฟอนต์ประจำเล่มก็ถูกออกแบบขึ้นให้เข้ากับสีและภาพเช่นเดียวกัน
ขณะที่หน้ารวมชื่อและรูปบัณฑิต เราดึงสีประจำคณะที่ปกติมักจะถูกทำให้หลบอยู่ในหลืบเล็กๆของหน้า มาปูเป็นสีพื้นให้ครึกครื้นสดใส เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและลดทอนความเป็นทางการของภาพขาวดำลง และเพื่อคงความโดดเด่นของ “สี” ที่เป็นพระเอกของเล่ม เราตัดสินใจปล่อยให้ปกเป็นสีขาวเรียบ และปั๊มจมเป็นชื่อหนังสือเท่านั้น เพื่อขับขอบสีต่างๆ ให้ปรากฏขึ้น เมื่อกรีดนิ้วเปิดกระดาษแต่ละหน้า












































































































































































































