Category Archives: Typography
Helvetica 50
Helvetica Film in Bangkok 50 คือ ชื่องานนิทรรศการที่จัดขึ้นพร้อมกับการฉายหนังสารคดีเกี่ยวกับตัวอักษรเรื่องแรกของโลก ในโอกาสที่เฮเลเวติกา ไทป์เฟซนี้มีอายุครบ 50 ปี พอดิบพอดีในปี พ.ศ. 2550
ครั้งนั้นเราได้มีโอกาสช่วย “แม่งาน” อย่าง art4d ติดต่อนำหนังสารคดีมาฉายและช่วยระดมความคิดในการวางรูปแบบการจัดนิทรรศการภายใต้ชื่อ Your Helvetica ที่เชื้อเชิญนักออกแบบหลากสาขารวม 20 คน มาสร้างผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแบบอักษรยอดนิยมนี้
ด้วยพื้นที่อันจำกัดและอีกหลายปัจจัย รูปแบบของนิทรรศการที่ได้มาจึงปรากฏออกมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ ที่สามารถใส่รายละเอียดหรือเนื้อหาไว้รอบด้าน และสามารถใช้พื้นที่ด้านบนจัดวางองค์ประกอบของชิ้นงานต่างๆ ได้อย่างลงตัว และมองเห็นจากมุมสูงได้สวยไม่แพ้กัน
Here, There, Anywhere?
คุณรู้จัก Helvetica ไหม…
ไม่ว่าจะเป็นฉลากหรือตราสินค้าที่เราคุ้นตากันอยู่ในชีวิตประจำวัน ล้วนคือความ “มีอยู่” อย่างเกลื่อนกลาดของ Helvetica ที่เรารู้จักและคุ้นเคย เป็นความเกลื่อนกลาดที่กลายเป็นความคุ้นชิน หรือพูดได้ว่า มีอยู่แต่ไม่เคยรู้ว่า “ใช่”
ทั้งหมดนี้คือแรงบันดาลใจจาก Helvetica ที่ถูกสร้่างขึ้นเป็นหนึ่งในชิ้นงานที่จัดแสดงในนิทรรศการ “Your Helvetica” เมื่อครั้งที่เฮเลเวติกา ไทป์เฟซ มีอายุครบ 50 ปี พอดิบพอดีในปี พ.ศ. 2550
โลโก้ที่ใช้แบบอักษร Helvetica เหล่านี้ ถูกนำมาเปลี่ยนแบบอักษรให้ผิดเพี๊ยนไปจากเดิม หากลองสังเกตให้ดี ก็จะรู้ว่ามันไม่ใช่หน้าตาโลโก้ที่เราคุ้นเคยกัน และถ้ารู้สึกได้เช่นนั้นเมื่อไหร่…
นั่นไง…คุณรู้จัก Helvetica

Bangkok Fashion City
ภาพประกอบชิ้นนี้ เรามีโอกาสคิดและใช้มันย้ำมุมมองความคิดและการรับรู้ของคนในสังคม เมื่อครั้งที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำหนังสือชุด “Bangkok Fashion Now & Tomorrow” ขึ้น เพื่อบอกเล่าแง่มุมต่างๆ ของแฟชั่นในบ้านเรา ในโครงการกรุงเทพ เมืองแฟชั่น
แบบอักษรคร่ำครึที่เรียงเป็นชื่ออันยาวเหยียดของกรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นบนแม่พิมพ์โลหะกัดกรด ถูกจัดวางองค์ประกอบในแบบที่ไม่คุ้นตา ผิดธรรมเนียมไปจากการจารึกคำในแบบโบราณของไทย แต่ยังคงความเป็นอักษรภาพโบราณด้วยฟอนต์ อักษราเมธี (Aksaramatee, 2003) ฟอนต์ใหม่ที่ให้ความรู้สึกเก่า เพื่อลวงความรู้สึกและย้ำมุมมองความเชื่อของสังคม ต่อเรื่องราวทางวัฒนธรรมของกรุงเทพ มหานคร เมืองฟ้าอมรที่กำลังถูกบิดเบือนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไปทีละเล็กละน้อย จนบางครั้งก็ไม่อาจสามารถแน่ใจได้เลยว่า สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นคือรากเหง้าทาง “วัฒนธรรม” หรือ การบิดเบือนจาก “อุตสาหกรรม” กันแน่…











